|
การบันทึกข้อมูลราคากลางและการคำนวณราคากลางเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างในระบบบัญชี 3 มิติ |
|
|
|
วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2013 เวลา 19:28 น. |
|
 |
การบันทึกข้อมูลราคากลางและการคำนวณราคากลางเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างในระบบบัญชี 3 มิติ
ด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เสนอแนวทางการเปิดเผยราคากลางและการคำนวณราคากลาง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยราคากลางและการคำนวณราคากลาง และตามนัยมติ ก.บ.ม.ร. ครั้งที่ 29/2556 เมื่อวันพุธที่ 14 สิงหาคม 2556 วาระที่ 5.11 ได้อนุมัติแนวทางการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐตามหลักเกณฑ์การเปิดเผยราคากลาง และการคำนวณราคากลางฯ ไว้นั้น กองคลังจึงขอปรับปรุงเพิ่มเติมกระบวนการในการจัดทำหนังสือรายงานขออนุมัติจัดซื้อ/จ้างพัสดุ (ในและนอกระบบบัญชี 3 มิติ) เพื่อให้สอดรับตามนัยดังกล่าว ดังนี้
-
ทุกหน่วยงานต้องดำเนินการบันทึกข้อมูลราคากลางและการคำนวณราคากลางเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างในระบบบัญชี 3 มิติ นับแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2556 เป็นต้นไป ทุกวงเงินไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการใดก็ตาม โดยหน่วยงานสามารถศึกษาวิธการการบันทึกข้อมูลได้จากคู่มือการบันทึกข้อมูลราคากลางและการคำนวณราคากลางเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้าง ดาวน์โหลดคู่มือ คลิกที่นี่
หน่วยงานสามารถสืบค้นบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ได้ที่ เว็บไซต์สำนักงบประมาณ หรือ คลิกที่นี่ หรือ เกณฑ์ราคากลางและคุณลักษณะพื้นฐานครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ที่เว็บไซต์กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ คลิกที่นี่
|
|
|
|
การบันทึกข้อมูลราคามาตรฐานครุภัณฑ์ |
|
|
|
วันเสาร์ที่ 01 มิถุนายน 2013 เวลา 17:29 น. |
|
 |
เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถตรวจสอบและควบคุมการจัดหาครุภัณฑ์ให้เป็นไปตามบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณได้ กองคลังจึงขอปรับปรุงเพิ่มเติมกระบวนการในการจัดทำหนังสือรายงานขออนุมัติจัดซื้อ/จ้างพัสดุ (ในและนอกระบบบัญชี 3 มิติ) โดยมีผลบังคับใช้นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2556 ดังนี้
1. กรณีที่หน่วยงานจัดหาครุภัณฑ์ในระบบบัญชี 3 มิติ จะต้องบันทึกข้อมูลราคามาตรฐานครุภัณฑ์ตามบัญชีของสำนักงบประมาณเข้าสู่ระบบตามคู่มือการบันทึกราคามาตรฐานครุภัณฑ์ ดาวน์โหลดคู่มือ คลิกที่นี่
2. กรณีที่หน่วยงานได้รับอนุมัติให้จัดหาครุภัณฑ์นอกระบบบัญชี 3 มิติ จะต้องระบุราคามาตรฐานครุภัณฑ์ตามบัญชีของสำนักงบประมาณในหนังสือรายงานขออนุมัติจัดซื้อจัดจ้างด้วย
หน่วยงานสามารถสืบค้นบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ได้ที่ เว็บไซต์สำนักงบประมาณ หรือ คลิกที่นี่
หรือ เกณฑ์ราคากลางและคุณลักษณะพื้นฐานครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ที่เว็บไซต์กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ คลิกที่นี่
|
|
|
ขออนุมัติเงินงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับโครงการปัจฉิมนิเทศและบรรยายสรุปเตรียมสอบประมวลความรู้นักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิทบริการเฉลิมพระเกียรติ คณะบริหารธุรกิจ |
|
|
|
วันศุกร์ที่ 05 เมษายน 2013 เวลา 16:59 น. |
|
 |
ขออนุมัติเงินงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับโครงการปัจฉิมนิเทศ และบรรยายสรุปเตรียมสอบประมวลความรู้ นักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิทบริการเฉลิมพระเกียรติ คณะบริหารธุรกิจ
ตามที่ท่านอธิการบดีได้อนุมัติโครงการปัจฉิมนิเทศและบรรยายสรุปเตรียมสอบประมวลความรู้ นักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิทบริการเฉลิมพระเกียรติ คณะบริหารธุรกิจ และท่านอธิการบดีได้มีบัญชาให้ทุกสาขาวิทยบริการฯ ดำเนินการจัดอาหารว่าง เครื่องดื่ม และอาหารกลางวันจัดเลี้ยงให้กับนักศึกษา...อ่านต่อ
|
|
|
ระเบียบมหาวิทยาลัยรามคำแหง ว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการศึกษาของบุตรพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.2555 |
|
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม 2012 เวลา 11:07 น. |
|
 |
สรุปสาระสำคัญของ ระเบียบมหาวิทยาลัยรามคำแหง ว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการศึกษาของบุตรพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.2555
ตามที่สภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ 16/2555 วาระที่ 5.9 เมื่อวันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 ได้อนุมัติ "ระเบียบมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการศึกษาของบุตรของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2555" โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 และ ก.บ.ม.ร. ในการประชุมครั้งที่ 17/2555 วาระที่ 5.21 เมื่อวันพุธที่ 26 ธันวาคม 2555 ได้กำหนดวงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการศึกษาของบุตรของพนักงานมหาวิทยาลัย สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 นั้น กองคลังขอสรุปสาระสำคัญของระเบียบและหลักเกณฑ์ในการเบิกจ่ายดังกล่าว ดังนี้
- อัตราและวิธีการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลและเงินค่าการศึกษาของบุตรให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาฯ,ระเบียบกระทรวงการคลังและหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง
-
พนักงานมหาวิทยาลัยมีสิทธิเลือกรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล "ของตนเอง" จากกองทุนประกันสังคมหรือกองทุนสวัสดิการพนักงานมหาวิทยาลัย ก็ได้ โดยไม่กำหนดลำดับการเบิกก่อน-หลัง
-
เงินสวัสดิการสำหรับบุคคลในครอบครัวได้แก่ "บุตร" และ "คู่สมรส"
-
หากบุคคลในครอบครัว มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลหรือเงินค่าการศึกษาของบุตรจากหน่วยงานอื่นแล้ว จะไม่สิทธิได้รับเงินสวัสดิการตามระเบียบนี้อีก เว้นแต่เบิกเพิ่มเฉพาะส่วนต่างที่ไม่สามารถเบิกจากหน่วยงานอื่นได้ เช่น หากคู่สมรสมีสิทธิประกันสังคม คู่สมรสต้องเบิกจ่ายตามสิทธิประกันสังคมก่อน และเบิกส่วนต่างกับกองทุนสวัสดิการ เฉพาะค่าใช้จ่ายที่สามารถเบิกได้ตามระเบียบกระทรวงการคลังเท่านั้น (ถ้ามี)
- การเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2556 เฉพาะพนักงานมหาวิทยาลัยที่บรรจุก่อนวันที่ 1 มกราคม 2556 สามารถเบิกจ่ายได้ภายในวงเงิน 47,500 บาท ส่วนพนักงานมหาวิทยาลัยที่บรรจุหลังวันที่ 1 มกราคม 2556 เบิกจ่ายได้ภายในวงเงิน 30,000 บาท
-
นับแต่ปีงบประมาณ 2557 พนักงานมหาวิทยาลัยทุกคนเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการศึกษาของบุตรได้ภายในวงเงิน 30,000 บาทต่อปี ถ้าใน 1 ปีเบิกจ่ายไม่ครบตามวงเงิน ไม่สามารถทบไปใช้ในปีต่อไปได้ (เนื่องจากจัดเก็บเงินเข้ากองทุนลดลงจาก เดิม เฉลี่ยจัดเก็บคนละ 900 บาท/คน/เดือน ลดลงเหลือ 200 บาท/คน/เดือน)
|
|
|
หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเงินค่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย |
|
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2012 เวลา 10:17 น. |
|
 |
หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเงินค่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัยรูปแบบใหม่ (เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคมและกองทุนสวัสดิการพนักงาน)
หมายเหตุ ๑. ตาม พรบ.ประกันสังคมกำหนดให้ "ผู้ประกันตนจะได้รับบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล เมื่อส่งเงินสมทบครบ ๓ เดือน" ดังนั้นระหว่างที่ยังไม่เกิดสิทธิ์รักษาพยาบาลกับกองทุนประกันสังคม พนักงานมหาวิทยาลัยสามารถเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการ จากกองทุนสวัสดิการได้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดิมที่มหาวิทยาลัยกำหนด (กองคลังคาดว่าพนักงานมหาวิทยาลัยจะได้รับบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลประมาณเดือน กันยายน 2555 หรือ ตุลาคม 2555) ๒. หลังจากเกิดสิทธิ์รักษาพยาบาลกับกองทุนประกันสังคมแล้ว การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการ จากกองทุนสวัสดิการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารเงินกองทุนสวัสดิการพนักงานมหาวิทยาลัยกำหนด
|
|
|
|
|
|
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 21 22 23 24 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
|
หน้า 23 จาก 24 |